สำหรับคนรักสุนัขตัวเล็ก ขนฟูฟ่อง หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา ‘ชิสุ’ (Shih Tzu) มักเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยนิสัยที่เป็นมิตร ขี้เล่น และชอบการเอาใจ ทำให้ชิสุเป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายๆ ครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือมีพื้นที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจรับเจ้าชิสุเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน มีหลายปัจจัยที่คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องของราคาและการเลือกซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ชิสุที่มีสุขภาพดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
ราคาของชิสุ: ปัจจัยกำหนดค่าตัวที่หลากหลาย
ราคาของชิสุในประเทศไทยมีความหลากหลายค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งคุณควรทำความเข้าใจเพื่อประกอบการตัดสินใจ
แหล่งที่มาของชิสุ
- ฟาร์มเพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง: ชิสุจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน มีใบเพ็ดดีกรีรับรองสายพันธุ์ ประวัติพ่อแม่พันธุ์ชัดเจน และมีการดูแลสุขภาพที่ดี มักจะมีราคาสูงกว่า โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่ 15,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท หรือมากกว่านั้นสำหรับลูกสุนัขที่มีลักษณะเด่นพิเศษ หรือมาจากสายเลือดแชมป์
- ฟาร์มขนาดเล็กหรือผู้เพาะพันธุ์ทั่วไป: ชิสุจากผู้เพาะพันธุ์อิสระหรือฟาร์มขนาดเล็กที่อาจไม่มีใบเพ็ดดีกรี อาจมีราคาถูกลงมา โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 – 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสุขภาพและความน่าเชื่อถือของผู้เพาะพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- ร้านขายสัตว์เลี้ยง: ชิสุที่ขายในร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไปอาจมีราคาคละกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของร้าน บางร้านอาจรับมาจากฟาร์มที่มีคุณภาพ แต่บางร้านก็อาจรับมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ราคามีตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป
- การรับอุปถัมภ์: ในบางกรณี คุณอาจพบชิสุที่ต้องการบ้านใหม่จากการรับอุปถัมภ์จากมูลนิธิหรือกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยสำหรับค่าบำรุงรักษาและการทำวัคซีน
ใบเพ็ดดีกรีและสายเลือด
- ชิสุมีใบเพ็ดดีกรี: การมีใบเพ็ดดีกรีจากสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย (The Kennel Association of Thailand – KAT) หรือสมาคมอื่นที่ได้รับการยอมรับ เป็นเครื่องยืนยันถึงสายเลือดที่บริสุทธิ์และประวัติของพ่อแม่พันธุ์ ชิสุที่มีใบเพ็ดดีกรีมักจะมีราคาสูงกว่า
- ชิสุไม่มีใบเพ็ดดีกรี: ชิสุที่ไม่มีใบเพ็ดดีกรีไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นชิสุแท้เสมอไป แต่อาจเป็นลูกสุนัขที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ต้องการเพาะพันธุ์ต่อ ทำให้ราคาถูกลง
เพศและอายุ
- โดยทั่วไปแล้ว เพศเมียอาจมีราคาสูงกว่าเพศผู้เล็กน้อย เนื่องจากสามารถใช้ในการเพาะพันธุ์ได้
- ลูกสุนัขชิสุที่มีอายุน้อย (ประมาณ 2-3 เดือน) มักจะมีราคาสูงกว่าลูกสุนัขที่โตขึ้นมาเล็กน้อย
สีและลักษณะเด่น
- ชิสุมีสีขนที่หลากหลาย เช่น ขาว-ดำ, ขาว-น้ำตาล, แดง-ขาว, หรือสีทอง-ขาว สีขนที่หายากหรือเป็นที่นิยมเป็นพิเศษอาจส่งผลให้ราคาสูงขึ้น
- ลักษณะทางกายภาพที่ตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ เช่น โครงสร้างตัวที่ดี ขนที่ฟูหนา และใบหน้าที่สวยงาม ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกันออกไป
การเลือกซื้อชิสุ: คำแนะนำเพื่อชิสุที่แข็งแรงและมีความสุข
การเลือกซื้อชิสุไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นการเลือกเพื่อนร่วมชีวิตที่คุณจะต้องดูแลไปอีกหลายปี ดังนั้น การใส่ใจในรายละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การหาแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- ฟาร์มเพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง: เลือกฟาร์มที่มีประสบการณ์ มีการดูแลสุนัขอย่างดี สะอาด ถูกสุขอนามัย และยินดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่พันธุ์และประวัติสุขภาพของลูกสุนัข
- ผู้เพาะพันธุ์รายย่อยที่รับผิดชอบ: หากซื้อจากผู้เพาะพันธุ์รายย่อย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขามีความรู้ความเข้าใจในการดูแลชิสุ และสามารถให้คำแนะนำหลังการขายได้
- หลีกเลี่ยงการซื้อจากตลาดนัดหรือแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ: สถานที่เหล่านี้มักไม่มีข้อมูลสุขภาพที่ชัดเจน และอาจมีสุนัขที่ไม่แข็งแรงหรือมาจากแหล่งที่ไม่เหมาะสม
สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเลือกชิสุ
- สุขภาพโดยรวม: ลูกสุนัขชิสุที่แข็งแรงควรมีชีวิตชีวา กระตือรือร้น ดวงตาสดใส ไม่มีขี้ตาหรือน้ำตาไหล จมูกชุ่มชื้น ไม่มีน้ำมูก ขนเงางาม ไม่เป็นขุย ไม่มีรอยโรคผิวหนัง เหงือกสีชมพู ไม่ซีด ไม่บวม และไม่มีกลิ่นปาก
- พฤติกรรม: ลูกสุนัขชิสุควรมีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น ไม่หวาดกลัวหรือก้าวร้าวผิดปกติ สังเกตการเข้าสังคมกับพี่น้องร่วมครอก
- การขับถ่าย: สอบถามเรื่องการขับถ่าย ควรเป็นก้อน ไม่เหลว หรือมีพยาธิ
- ประวัติการทำวัคซีนและถ่ายพยาธิ: ลูกสุนัขชิสุควรได้รับการทำวัคซีนเข็มแรกและถ่ายพยาธิมาแล้ว ควรขอดูสมุดวัคซีนหรือเอกสารรับรอง
- อายุที่เหมาะสม: ควรรับลูกสุนัขชิสุเมื่อมีอายุอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้รับการหย่านมและเรียนรู้พฤติกรรมจากแม่สุนัขอย่างเต็มที่
- สอบถามประวัติพ่อแม่พันธุ์: หากเป็นไปได้ ควรขอดูพ่อแม่พันธุ์เพื่อประเมินลักษณะนิสัยและสุขภาพที่อาจส่งผลต่อลูกสุนัสุ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา
นอกจากราคาตัวสุนัขแล้ว การเลี้ยงชิสุยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมพร้อม ได้แก่
- ค่าอาหาร: อาหารสุนัขคุณภาพดีสำหรับชิสุ
- ค่าอุปกรณ์: ชามอาหาร, ชามน้ำ, ปลอกคอ, สายจูง, ที่นอน, ของเล่น, แปรงขน
- ค่าวัคซีนและถ่ายพยาธิ (ต่อเนื่อง): การทำวัคซีนประจำปีและการถ่ายพยาธิเป็นประจำ
- ค่ารักษาพยาบาล: เตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือการเจ็บป่วย
- ค่าอาบน้ำตัดแต่งขน: ชิสุมีขนยาวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
- ค่าฝึกอบรม: หากต้องการฝึกชิสุให้มีระเบียบวินัย
สรุป: การตัดสินใจที่รอบคอบเพื่อชิสุแสนรัก
การเลือกซื้อชิสุเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจ ไม่ใช่แค่การดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาถึงแหล่งที่มา สุขภาพกาย สุขภาพใจของลูกสุนัข รวมถึงความพร้อมของคุณเองในการรับผิดชอบชีวิตหนึ่งชีวิต การเตรียมตัวอย่างดีจะช่วยให้คุณได้ชิสุที่แข็งแรง น่ารัก และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณได้อย่างมีความสุขและยาวนาน
หากคุณกำลังมองหาชิสุตัวใหม่ สามารถดูประกาศสุนัขที่น่าสนใจได้ที่ MaHaPet.com
- กระต่าย (Rabbit)
- กระรอก (Squirrel)
- คาปิบาร่า (Capybara)
- งู (Snake)
- ชูการ์ไรเดอร์ (Sugar Glider)
- นก (Birds)
- ปลาสวยงาม (Ornamental Fish)
- สัตว์ฟันแทะและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก (Rodents & Small Mammals)
- สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Reptiles & Exotic Pets)
- สุนัข (Dogs)
- หนูแกสบี้ (Guinea Pig)
- หนูแฮมสเตอร์ (Hamster)
- เต่า (Turtle/Tortoise)
- เบี๊ยดดราก้อน (Bearded Dragon)
- เฟอเรท (Ferret)
- เม่นแคระ (Hedgehog)
- เมียร์แคท (Meerkat)
- แมว (Cats)