วันศุกร์, 18 กันยายน 2569
/home/u505633936/domains/mahapet.com/public_html/wp-content/themes/smartvariety_1.0.7/template-parts/search-form-xs.php on line 7
" placeholder="ค้นหา">

ชิสุ: ราคา การเลือกซื้อ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลี้ยง

06 ก.ย. 2026
22

สำหรับคนรักสุนัขตัวเล็ก ขนฟูฟ่อง หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา ‘ชิสุ’ (Shih Tzu) มักเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยนิสัยที่เป็นมิตร ขี้เล่น และชอบการเอาใจ ทำให้ชิสุเป็นเพื่อนคู่ใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายๆ ครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือมีพื้นที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจรับเจ้าชิสุเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน มีหลายปัจจัยที่คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องของราคาและการเลือกซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ชิสุที่มีสุขภาพดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ราคาของชิสุ: ปัจจัยกำหนดค่าตัวที่หลากหลาย

ราคาของชิสุในประเทศไทยมีความหลากหลายค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งคุณควรทำความเข้าใจเพื่อประกอบการตัดสินใจ

แหล่งที่มาของชิสุ

  • ฟาร์มเพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง: ชิสุจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน มีใบเพ็ดดีกรีรับรองสายพันธุ์ ประวัติพ่อแม่พันธุ์ชัดเจน และมีการดูแลสุขภาพที่ดี มักจะมีราคาสูงกว่า โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่ 15,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท หรือมากกว่านั้นสำหรับลูกสุนัขที่มีลักษณะเด่นพิเศษ หรือมาจากสายเลือดแชมป์
  • ฟาร์มขนาดเล็กหรือผู้เพาะพันธุ์ทั่วไป: ชิสุจากผู้เพาะพันธุ์อิสระหรือฟาร์มขนาดเล็กที่อาจไม่มีใบเพ็ดดีกรี อาจมีราคาถูกลงมา โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 – 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสุขภาพและความน่าเชื่อถือของผู้เพาะพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
  • ร้านขายสัตว์เลี้ยง: ชิสุที่ขายในร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไปอาจมีราคาคละกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของร้าน บางร้านอาจรับมาจากฟาร์มที่มีคุณภาพ แต่บางร้านก็อาจรับมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ราคามีตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป
  • การรับอุปถัมภ์: ในบางกรณี คุณอาจพบชิสุที่ต้องการบ้านใหม่จากการรับอุปถัมภ์จากมูลนิธิหรือกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยสำหรับค่าบำรุงรักษาและการทำวัคซีน

ใบเพ็ดดีกรีและสายเลือด

  • ชิสุมีใบเพ็ดดีกรี: การมีใบเพ็ดดีกรีจากสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย (The Kennel Association of Thailand – KAT) หรือสมาคมอื่นที่ได้รับการยอมรับ เป็นเครื่องยืนยันถึงสายเลือดที่บริสุทธิ์และประวัติของพ่อแม่พันธุ์ ชิสุที่มีใบเพ็ดดีกรีมักจะมีราคาสูงกว่า
  • ชิสุไม่มีใบเพ็ดดีกรี: ชิสุที่ไม่มีใบเพ็ดดีกรีไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นชิสุแท้เสมอไป แต่อาจเป็นลูกสุนัขที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ต้องการเพาะพันธุ์ต่อ ทำให้ราคาถูกลง

เพศและอายุ

  • โดยทั่วไปแล้ว เพศเมียอาจมีราคาสูงกว่าเพศผู้เล็กน้อย เนื่องจากสามารถใช้ในการเพาะพันธุ์ได้
  • ลูกสุนัขชิสุที่มีอายุน้อย (ประมาณ 2-3 เดือน) มักจะมีราคาสูงกว่าลูกสุนัขที่โตขึ้นมาเล็กน้อย

สีและลักษณะเด่น

  • ชิสุมีสีขนที่หลากหลาย เช่น ขาว-ดำ, ขาว-น้ำตาล, แดง-ขาว, หรือสีทอง-ขาว สีขนที่หายากหรือเป็นที่นิยมเป็นพิเศษอาจส่งผลให้ราคาสูงขึ้น
  • ลักษณะทางกายภาพที่ตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ เช่น โครงสร้างตัวที่ดี ขนที่ฟูหนา และใบหน้าที่สวยงาม ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกันออกไป

การเลือกซื้อชิสุ: คำแนะนำเพื่อชิสุที่แข็งแรงและมีความสุข

การเลือกซื้อชิสุไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นการเลือกเพื่อนร่วมชีวิตที่คุณจะต้องดูแลไปอีกหลายปี ดังนั้น การใส่ใจในรายละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การหาแหล่งที่น่าเชื่อถือ

  • ฟาร์มเพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง: เลือกฟาร์มที่มีประสบการณ์ มีการดูแลสุนัขอย่างดี สะอาด ถูกสุขอนามัย และยินดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่พันธุ์และประวัติสุขภาพของลูกสุนัข
  • ผู้เพาะพันธุ์รายย่อยที่รับผิดชอบ: หากซื้อจากผู้เพาะพันธุ์รายย่อย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขามีความรู้ความเข้าใจในการดูแลชิสุ และสามารถให้คำแนะนำหลังการขายได้
  • หลีกเลี่ยงการซื้อจากตลาดนัดหรือแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ: สถานที่เหล่านี้มักไม่มีข้อมูลสุขภาพที่ชัดเจน และอาจมีสุนัขที่ไม่แข็งแรงหรือมาจากแหล่งที่ไม่เหมาะสม

สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อเลือกชิสุ

  • สุขภาพโดยรวม: ลูกสุนัขชิสุที่แข็งแรงควรมีชีวิตชีวา กระตือรือร้น ดวงตาสดใส ไม่มีขี้ตาหรือน้ำตาไหล จมูกชุ่มชื้น ไม่มีน้ำมูก ขนเงางาม ไม่เป็นขุย ไม่มีรอยโรคผิวหนัง เหงือกสีชมพู ไม่ซีด ไม่บวม และไม่มีกลิ่นปาก
  • พฤติกรรม: ลูกสุนัขชิสุควรมีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น ไม่หวาดกลัวหรือก้าวร้าวผิดปกติ สังเกตการเข้าสังคมกับพี่น้องร่วมครอก
  • การขับถ่าย: สอบถามเรื่องการขับถ่าย ควรเป็นก้อน ไม่เหลว หรือมีพยาธิ
  • ประวัติการทำวัคซีนและถ่ายพยาธิ: ลูกสุนัขชิสุควรได้รับการทำวัคซีนเข็มแรกและถ่ายพยาธิมาแล้ว ควรขอดูสมุดวัคซีนหรือเอกสารรับรอง
  • อายุที่เหมาะสม: ควรรับลูกสุนัขชิสุเมื่อมีอายุอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป เพื่อให้ได้รับการหย่านมและเรียนรู้พฤติกรรมจากแม่สุนัขอย่างเต็มที่
  • สอบถามประวัติพ่อแม่พันธุ์: หากเป็นไปได้ ควรขอดูพ่อแม่พันธุ์เพื่อประเมินลักษณะนิสัยและสุขภาพที่อาจส่งผลต่อลูกสุนัสุ

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา

นอกจากราคาตัวสุนัขแล้ว การเลี้ยงชิสุยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมพร้อม ได้แก่

  • ค่าอาหาร: อาหารสุนัขคุณภาพดีสำหรับชิสุ
  • ค่าอุปกรณ์: ชามอาหาร, ชามน้ำ, ปลอกคอ, สายจูง, ที่นอน, ของเล่น, แปรงขน
  • ค่าวัคซีนและถ่ายพยาธิ (ต่อเนื่อง): การทำวัคซีนประจำปีและการถ่ายพยาธิเป็นประจำ
  • ค่ารักษาพยาบาล: เตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือการเจ็บป่วย
  • ค่าอาบน้ำตัดแต่งขน: ชิสุมีขนยาวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
  • ค่าฝึกอบรม: หากต้องการฝึกชิสุให้มีระเบียบวินัย

สรุป: การตัดสินใจที่รอบคอบเพื่อชิสุแสนรัก

การเลือกซื้อชิสุเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจ ไม่ใช่แค่การดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาถึงแหล่งที่มา สุขภาพกาย สุขภาพใจของลูกสุนัข รวมถึงความพร้อมของคุณเองในการรับผิดชอบชีวิตหนึ่งชีวิต การเตรียมตัวอย่างดีจะช่วยให้คุณได้ชิสุที่แข็งแรง น่ารัก และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณได้อย่างมีความสุขและยาวนาน

หากคุณกำลังมองหาชิสุตัวใหม่ สามารถดูประกาศสุนัขที่น่าสนใจได้ที่ MaHaPet.com